ข่าวประกาศ


อบรมเชิงปฏิบัติการขยายผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) เครือข่ายแกนนำกลุ่มโรงเรียนหลักสูตร “Train the Trainer”

โพสต์3 มี.ค. 2559 17:41โดยAdmin phayao2

อบรมเชิงปฏิบัติการขยายผลการพัฒนาคุณภาพการศึกษาด้วยเทคโนโลยีการศึกษาทางไกลผ่านเทคโนโลยีสารสนเทศ (DLIT) เครือข่ายแกนนำกลุ่มโรงเรียนหลักสูตร “Train the Trainer” โรงเรียนบ้านสันติสุข

มติ ครม.เมื่อ 12 ม.ค.59 ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา

โพสต์14 ม.ค. 2559 17:35โดยAdmin phayao2

มติ ครม.ที่เกี่ยวข้องด้านการศึกษา อนุมัติโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ระยะที่ 2

ศึกษาธิการ - พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยผลการประชุมคณะรัฐมนตรี เมื่อวันอังคารที่ 12 มกราคม 2559 ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงศึกษาธิการ คือ อนุมัติการดำเนินงานโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ระยะที่ 2 และขออนุมัติปรับเพิ่มอัตราทุนเดิม รวมทั้งการพิจารณาทบทวนเพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้ยางพาราในวัสดุ ครุภัณฑ์ และสิ่งก่อสร้างของกระทรวงศึกษาธิการ

- อนุมัติการดำเนินงานโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ระยะที่ 2
และขออนุมัติปรับเพิ่มอัตราทุนเดิม

คณะรัฐมนตรีมีมติอนุมัติตามที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เสนอ ดังนี้

1. อนุมัติการดำเนินงานโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ระยะที่ 2 จำนวน 600 คน/ทุน/ปี จำนวน 10 รุ่น รวม 6,000 คน/ทุน โดยแต่ละทุนจะได้รับทุนการศึกษาต่อเนื่อง ตั้งแต่ปีงบประมาณ พ.ศ. 2560 – 2577 ระยะเวลา 17 ปีการศึกษา (18 ปีงบประมาณ) หรือผู้รับทุนจบครบตามระยะเวลาของหลักสูตรในระดับปริญญาตรี

2. อนุมัติการปรับเพิ่มอัตราทุนการศึกษาให้กับผู้รับทุนที่กำลังศึกษาในโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ในปีการศึกษา 2558 จำนวนทั้งสิ้น 1,801 รูป/คน ระยะเวลา 5 ปี จนสิ้นสุดโครงการฯ เดิม

สาระสำคัญของเรื่อง

เนื่องในโอกาสสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เจริญพระชนมายุ 5 รอบ 60 พรรษา ซึ่งทรงให้ความสำคัญกับการพัฒนาการศึกษา โดยเฉพาะในพื้นที่ห่างไกลและทุรกันดารอย่างต่อเนื่อง ศธ. จึงได้จัดทำโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ในระยะที่ 2 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. ขอขยายโครงการทุนการศึกษาเฉลิมราชกุมารี ระยะที่ 2 จำนวน 10 รุ่น จำนวน 600 ทุน/ปี รวม 6,000 ทุน (เดิมปีละ 480 ทุน) โดยแบ่งสัดส่วนผู้รับทุนสังกัด สพฐ.:สอศ.:พศ. คือ 35 : 50 :15 ของจำนวนทุนที่จัดสรร 600 ทุน/ปี โดยมีผู้รับทุนในสังกัด สพฐ. จำนวน 210 คน/ปี สังกัด สอศ. จำนวน 300 คน/ปี และสามเณรในสังกัด พศ. จำนวน 90 รูป/ปี

2. ขอขยายอัตราทุนให้กับผู้รับทุนการศึกษาโครงการฯ ระยะที่ 2 และขอปรับเพิ่มอัตราทุนให้กับผู้รับทุนการศึกษาโครงการฯ ระยะที่ 1 (โครงการเดิม) เนื่องจากปัจจุบันค่าครองชีพได้ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลให้ค่าอุปโภคและบริโภคมีราคาสูงขึ้น ประกอบกับผู้รับทุนในโครงการฯ ระยะที่ 1 ต้องหารายได้เสริมหลังจากเลิกเรียนแล้ว เช่น เป็นครูผู้สอนให้กับรุ่นน้อง

 


- ความต้องการใช้ยางพาราในการดำเนินโครงการของส่วนราชการ

รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า จากการที่คณะรัฐมนตรีได้มีมติรับทราบปริมาณความต้องการใช้ยางพาราและวงเงินงบประมาณของส่วนราชการ โดยมีมติให้ส่วนราชการพิจารณาทบทวนเพื่อเพิ่มสัดส่วนการใช้ยางพาราในวัสดุ ครุภัณฑ์ และสิ่งก่อสร้างต่างๆ โดยคำนึงถึงคุณลักษณะเฉพาะที่มีความเหมาะสมทางด้านเทคนิคนั้น

ในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ กำลังรวบรวมรายละเอียดเกี่ยวกับข้อมูลการนำยางพารา มาสร้างสนามกีฬาให้กับโรงเรียนต่างๆ ซึ่งจะได้ข้อมูลเกี่ยวกับจำนวนสนามที่จะสร้างในเร็วๆ นี้ คาดว่าจะสามารถนำยางพารามาสร้างสนามกีฬาหลายประเภทจำนวนกว่า 10,000 สนาม ซึ่งจะเป็นสนามกีฬาที่มีขนาดไม่ใหญ่มาก ประมาณ 15x15 เมตร และจะเชิญหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือเพื่อหาแนวทางการดำเนินงานอีกครั้งหนึ่ง

ทั้งนี้ จะพิจารณาตามความเหมาะสมและความจำเป็นเร่งด่วน รวมทั้งคำนึงถึงงบประมาณด้วย โดยเบื้องต้นคาดว่าจะนำงบประมาณประจำปี 2559 จำนวนกว่า 500 ล้านบาท มาใช้ในการสร้างสนามกีฬาดังกล่าว ส่วนงบประมาณที่เหลือจะเสนอให้รัฐบาลพิจารณาอีกครั้ง

นอกจากนี้ มีบางโรงเรียนที่ขอดำเนินการก่อสร้างทั้ง 3 สนาม คือ ฟุตซอล วอลเลย์บอล และตระกร้อ จึงต้องพิจารณางบประมาณด้วยว่าจะสามารถสนับสนุนการก่อสร้างได้มากน้อยเพียงใดโดยอาจจะพิจารณาให้สร้างสนามฟุตซอลก่อน เพราะมีขนาดใหญ่และสามารถแปลงเป็นสนามวอลเลย์บอล รวมทั้งสนามตระกร้อได้ อีกทั้งความพร้อมของโรงเรียนในการสร้างสนามกีฬาก็มีความสำคัญ เพราะจะต้องทำการสำรวจสนาม และการให้ความสำคัญเรื่องความปลอดภัยของนักเรียนด้วย

ทั้งนี้ กระทรวงศึกษาธิการยังไม่ได้ทำสัญญาว่าจ้างบริษัทหรือภาคเอกชนในการสร้างสนามกีฬาดังกล่าว และจะไม่เอื้อประโยชน์ให้กับใครทั้งสิ้น แต่จะเอื้อประโยชน์ให้เกษตรกรสวนยาง ซึ่งกำลังเดือดร้อน เพราะราคายางตกต่ำ โดยกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีจะเป็นผู้ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวตามระบบการจัดซื้อจัดจ้างต่อไป

 

 

ที่มา http://www.moe.go.th/websm/2016/jan/018.html

สาร เนื่องในโอกาสวันครู ครั้งที่ 60 ปี พ.ศ. 2559 วันที่ 16 มกราคม 2559

โพสต์12 ม.ค. 2559 01:23โดยAdmin phayao2   [ อัปเดต 12 ม.ค. 2559 01:23 ]



สปท.ถก ศธ.วางแนวทางปฎิรูปการศึกษา แนะติดตั้งกล้องวงจรปิดดูพฤติกรรมการสอนครู ศธ.เล็งส่งครูเข้าห้องสอบวัดความรู้ในเรื่องที่จะสอนเด็ก ก่อนเข้าสอนจริง

โพสต์11 ม.ค. 2559 17:45โดยAdmin phayao2

สปท.ถก ศธ.วางแนวทางปฎิรูปการศึกษา แนะติดตั้งกล้องวงจรปิดดูพฤติกรรมการสอนครู ศธ.เล็งส่งครูเข้าห้องสอบวัดความรู้ในเรื่องที่จะสอนเด็ก ก่อนเข้าสอนจริง

วันนี้ (11 ม.ค.) นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมช.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมขับเคลื่อนงานปฎิรูปการศึกษาร่วมกับ สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) และ สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ทาง สปท.มีข้อเสนอแนะเรื่องการพัฒนาครู ว่า อยากเห็นการพัฒนาครูที่เกิดขึ้นจริงอย่างเป็นรูปธรรม ไม่ใช่พูดว่าจะพัฒนาเท่านั้น โดยอยากให้มีการติดตั้งกล้องวงจรปิดระหว่างครูจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียน เพื่อดูว่าครูสอนอย่างไร และความปลอดภัยในเด็กเล็ก

"ส่วนการพัฒนาครูในระบบนั้น กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) มีแนวคิดจะดำเนินโครงการการพัฒนาครู โดยครู และคนที่จะไปฝึกอบรมให้ครู ไม่ว่าจะสาขาไหนก็ตาม จะต้องผ่านการวัดผลเหมือนที่ต้องไปสอนเด็กด้วย เช่น จะสอนให้เด็กมีคะแนนเพิ่มในวิชาคณิตศาสตร์ ครูก็ต้องไปทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือ โอเน็ต เหมือนเด็ก เพื่อทดสอบว่าครูมีความรู้ความเข้าใจในเรื่องที่จะสอนมากน้อยแค่ไหน เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อเป็นการสร้างมาตรฐานทั้งครูและเด็ก” รมช.ศึกษาธิการ กล่าว

น.ส.ปิยะธิดา ประดิษฐบาทุกา กรรมาธิการด้านการศึกษา สปท. กล่าวว่า สปท.ได้แต่งตั้งคณะอนุกรรมาธิการดูแลการศึกษาใน4ด้าน ได้แก่ 1.การปฏิรูประบบเรียนรู้ ปฏิรูปโครงสร้าง ศธ. 2.ปฏิรูปการจัดการ3.ปฏิรูประบบการประเมิน การประกันคุณภาพการศึกษา และ4.ดูแลวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่ง สปท.ได้หารือร่วมกับ ศธ.มาโดยตลอด เพื่อให้การทำงานสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับนโยบายของ ศธ.และเกิดผลสำเร็จภายในระยะเวลาอันจำกัด

น.ส.ปิยะธิดา กล่าวด้วยว่า เรื่องการปรับโครงสร้าง ศธ.นั้น สปท.ได้ร่วมให้ข้อเคิดเห็นและวิเคราะห์ระบบงานร่วมกับ ศธ. โดยจะมีการพิจารณาแบ่งกลุ่มงาน ว่า ในโครงสร้าง ศธ.ใหม่ ควรจะมีกลุ่มงานใดบ้าง เช่น กลุ่มงานด้านนโยบาย ด้านการปฏิบัติการเรียนการสอน ด้านการสนับสนุน ด้านการกำกับคุณภาพ และการวิจัยพัฒนา เป็นต้น เพื่อให้ ศธ.สามารถดำเนินการได้อย่างสมบูรณ์. 

ที่มา เดลินิวส์ วันที่ 11 มกราคม 2559 

การเดินทางโดยสายการบิน

โพสต์30 ต.ค. 2558 23:32โดยAdmin phayao2

ปัจจุบันการเดินทางโดยเครื่องบินมีราคาถูกกว่าแต่ก่อนมาก เนื่องจากมีสายการบิน Low cost มาเปิดให้บริการ อีกทั้งการเดินทางโดยเครื่องบินก็ใช้เวลาเดินทางไม่นาน ทำให้ไม่เหนื่อยกับการเดินทาง จึงมีการเดินทางด้วยเครื่องบินเพิ่มขึ้นเป็นจำนวนมาก สำหรับมือใหม่ที่ไม่เคยขึ้นเครื่องบินมาก่อน อาจจะกลัวว่าขึ้นเครื่องไม่ถูก กลัวจะตกเครื่อง ลองมาดูรีวิวนี้ครับ รับรองว่าอ่านจบแล้วขึ้นเครื่องได้อย่างแน่นอน
ก่อนที่จะบอกขั้นตอนต่างๆ เรามาเรียนรู้คำศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับการขึ้นเครื่องกันก่อน
Itinerary = ใบรายละเอียดการเดินทาง เรามักจะได้ใบนี้หลังจากที่เราซื้อตั๋วเครื่องบินทางอินเตอร์เนต
Air Ticket = ตั๋วเครื่องบิน
E-Ticket = ตั๋วเครื่องบินแบบอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบกระดาษ A4 ทางสายการบินหรือเอเจนซี่จะส่งให้หลังจากการจองเสร็จสมบูรณ์ ตั๋วชนิดนี้ไม่สามารถใช้ขึ้นเครื่องได้เลย ต้องไป check in ที่สนามบินในวันเดินทางเสียก่อน ถึงจะได้ตั๋วจริง
Boarding Pass = บัตรโดยสาร / ใบผ่านขึ้นเครื่อง
Departure Time = เวลาเครื่องออก
Boarding Time = เวลาขึ้นเครื่อง
Departing = เครื่องออกจาก (สนามบิน) / เวลาออก
Arriving = เครื่องถึงที่หมาย (สนามบิน) / เวลาถึง

ห้องเรียนกลับด้าน" (Flipped Classroom)

โพสต์30 ต.ค. 2558 23:30โดยAdmin phayao2

ห้องเรียนกลับด้าน" (Flipped Classroom)

"ห้องเรียนกลับด้าน" (Flipped Classroom) เป็นแนวทางการจัดการเรียนการสอนแบบใหม่ โดยให้นักเรียน "เรียนที่บ้าน-ทำการบ้านที่โรงเรียน" ปัจจุบัน กระแส "ห้องเรียนกลับด้าน" เป็นที่นิยมอย่างมากในสหรัฐอเมริกา และในปีการศึกษา พ.ศ. 2556 นี้ ชั้นเรียนในโรงเรียนประถมศึกษาและมัธยมศึกษาของไทยก็จะนำแนวคิด "ห้องเรียนกลับด้าน" มาใช้ด้วยเช่นกันแนวคิดหลักของ "ห้องเรียนกลับด้าน" คือ "เรียนที่บ้าน-ทำการบ้านที่โรงเรียน" เป็นการนำสิ่งที่เดิมที่เคยทำในชั้นเรียนไปทำที่บ้าน และนำสิ่งที่เคยถูกมอบหมายให้ทำที่บ้านมาทำในชั้นเรียนแทน โดยยึดหลักที่ว่า เวลาที่นักเรียนต้องการพบครูจริงๆ คือ เวลาที่เขาต้องการความช่วยเหลือ เขาไม่ได้ต้องการให้ครูอยู่ในชั้นเรียนเพื่อสอนเนื้อหาต่างๆ เพราะเขาสามารถศึกษาเนื้อหานั้นๆ ด้วยตนเอง

ถ้าครูบันทึกวิดีโอการสอนให้เด็กไปดูเป็นการบ้าน แล้วครูใช้ชั้นเรียนสำหรับชี้แนะนักเรียนให้เข้าใจแก่นความรู้จะดีกว่า ใน "ห้องเรียนกลับด้าน" ครูจะแจกสื่อให้เด็กไปศึกษาล่วงหน้าที่บ้าน เมื่อมาเข้าชั้นเรียนในวันรุ่งขึ้น นักเรียนจะซักถามข้อสงสัยต่างๆ จากนั้นก็ลงมือทำงานที่ได้รับมอบหมายเป็นรายบุคคลหรือรายกลุ่มโดยมีครูคอยให้คำแนะนำตอบข้อสงสัย

"ห้องเรียนกลับด้าน" เป็นการเข้าใกล้การจัดการเรียนการสอนแบบ “เด็กเป็นศูนย์กลาง” (Child-center education) มากขึ้น ที่สำคัญช่วยแก้ปัญหาเรื่องการบ้านได้ด้วย

"ห้องเรียนกลับด้าน" เป็นการเรียนรู้แบบผสมผสาน เป็นรูปแบบการเรียนที่มีการนำเทคโนโลยีมาช่วยพัฒนาการสอนในชั้นเรียนอย่างเต็มที่ ครูจะมีเวลาใกล้ชิดกับนักเรียนมากขึ้นแทนที่จะใช้เวลาในการสอนหนังสือเพียงอย่างเดียว โดยครูมักบันทึกวิดีโอการสอนให้เด็กไปดูนอกชั้นเรียนแทน

ในห้องเรียนแบบเก่า ครูจะให้นักเรียนกลับไปอ่านตำราเองที่บ้านแล้วค่อยนำเนื้อหาต่างๆ ที่อ่านมาอภิปรายกันในวันถัดไป จากนั้นนักเรียนจะได้รับการบ้านที่ใช้วัดความเข้าใจต่อหัวข้อการเรียนนั้นๆ แต่ในการเรียนการสอนแบบ แบบ "ห้องเรียนกลับด้าน" นักเรียนจะเรียนรู้หัวข้อต่างๆ ด้วยตนเองก่อน โดยใช้วิดิโอการสอนที่ครูเป็นผู้ทำกลับไปศึกษาเองที่บ้าน จากนั้นในชั้นเรียนนักเรียนจะพยายามนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ในการทำงานและแก้ปัญหาต่างๆ ในชั้นเรียน

ดังนั้น งานหลักของครูคือการสอนนักเรียนเมื่อไม่เข้าใจ มากกว่าที่จะเป็นคนบอกเล่าเนื้อหาการเรียนเพียงอย่างเดียว การเรียนการสอนเช่นนี้ทำให้สามารถนำการจัดการเรียนรู้ตามความแตกต่างของผู้เรียน (Differentiate Instruction)และการเรียนโดยใช้โครงงานเป็นฐาน (Project-based learning : PBL) มาใช้ในชั้นเรียนได้ด้วย

การเรียนการสอนแบบ "ห้องเรียนกลับด้าน" ทำให้ครูมีเวลาชี้แนะนักเรียนและช่วยนักเรียนสร้างสรรค์แนวคิดต่างๆ ได้มากขึ้น นอกจากนี้ยังลดจำนวนนักเรียนที่หยุดเรียนในชั้นเรียนนั้นๆ และช่วยเพิ่มเนื้อหาสาระจากที่นักเรียนได้เรียนรู้ด้วย หลายคนให้ความเห็นว่า "ห้องเรียนกลับด้าน" อาจส่งผลเสียต่อนักเรียนที่ไม่สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้นอกโรงเรียน อย่างไรก็ตามครูหลายท่านก็แก้ปัญหานี้ได้ด้วยการแจก CDs หรือเตรียม Thumb drives ที่มีไฟล์วิดีทัศน์ให้นักเรียน

แหล่งข้อมูล:

  1. 'Flipped Classroom' ห้องเรียนกลับด้าน http://www.komchadluek.net/detail/20130503/157502/FlippedClassroomห้องเรียนกลับด้าน.html#.UbSc4_kvlqW [2013, June 9].
  2. Flip teaching - http://en.wikipedia.org/wiki/Flip_teaching [2013, June 9].

การจัดการเรียนการสอนปฐมวัย

โพสต์1 ก.ย. 2558 21:21โดยAdmin phayao2

การจัดการเรียนการสอนปฐมวัย

1-7 of 7